วันนี้วันสุดท้ายที่พวกเราทุกคนได้แสดงความสามารถของความเป็นผู้นำ ผ่านการนำเสนอ และการสื่อสารความสำเร็จของโครงการ ซึ่งถือได้ว่าออกมาดีมากและทุกคนก็มีควาสุข ขอบคุณอาจารยืทั้งสองท่านสำหรับคอมเม้นท์ดีๆ และพวกเราจะนำไปปรุง ฟิล์มเชื่อว่าเพื่อนๆทุกคนได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการทำโครงการนี้ ฟิล์มไม่เชื่อถ้ามาบอกว่าเราไม่ได้อะไรเลย การเรียนรู้ในห้องเรียนนี้ สิ่ที่สำคัญที่สุดที่ฟิล์มได้เรียนรู้คือ การปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกันกับ นักศึกษาภาคอื่นรๆซึ่งเก่งกันทุกคนเลย รองลงมาก็คือ ฟิล์มได้รับกระบวนการที่ถูกต้องในการดำเนินกิรรมอื่นๆในครั้งต่อๆไป เช่น การเขียนข้อเสนอโครงการ การบิหารจัดการโครงงาน และเรื่องการเงินหลังจากนี้ฟิล์มคงทำอะไรได้อย่างมีระบบระเบียบมากขึ้น มีความถูกต้องยุติธรรม โดยยึดหลักการซื่อสัตย์สุจริตที่อาจารย์ทั้งสองเท่านได้สอนพวกเรามาส่วนในเชิงการพัฒนาตนเองและความเป้นผู้นำ ฟิล์มได้เอาชนะใจตนเองในการตื่นเช้ามาเรียนได้ และได้ฝึกบุคลิกภาพ การสื่อสาร และแนวคิดใหม่ๆที่จะนำพาทีมเดินไปข้างหน้าได้อย่างสร้างสรรค์ แต่ก็ยังมีข้อเสียอยู่คือ เพื่อฟลายคนบอกว่าเราไม่กล้าตัดสินใจ และ ตามน้ำกับทุกความคิดเห็น ซึ่งจะนำตรงที่ต้องปรับปรุงไปแก้ไขให้ดีขึ้นส่วนการบ้านของเราที่ยังเหลืออยู่คือ แก้ไขการนำเสนอและรูปเล่มรายงาน ฟิล์มจะช่วยด้วยครับ
ผู้อำนวยการกองคลังใจดีครับซึ่งเป็นข้อคิด
September 28, 2007เริ่มตอนเช้าด้วยวิทยากรที่แสนใจดีมากๆ ตอนแรกคิดว่า ผู้ที่ทำงานอยู่กับตัวเลขและเงิน จะต้องเครียดมากๆแน่เลยครับ แต่ผู้อำนวยการกองคลังท่านนี้ผ่อนคลายและเป็นกันเองมากๆ พวกเราได้ความรู้มากมายเลยทีเดียวเกี่ยวกับการจัดการบริหารเงินอย่างถูกต้อง ซึ่งจำเป็นมากๆในการทำกิจกรรมของนักศึกษา และการบริหารงานโครงการในอนาคต
ข้อคิดที่ได้เรื่องเงิน : ความซื่อสัตย์สุจริต และต้องทำอะไรให้เป็นระบบ ถูกต้อง และต้องมีการตรวจสอบ และเมื่อทุกอย่างเดินทางไปในทางที่ถูกต้อง ปัญหาต่างๆที่เกิดข้นก็จะลดน้อยลง
ช่วงบ่ายอาจารย์เพ็ญจันทร์ ที่ยังดูสาวอยู่เลย มาให้ความรู้เกี่ยวกับคุณลักษณะของผู้นำ และยังได้เปรียบเทียบให้พวกเราเห็นถึงผู้บริหารและผู้นำ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างไร และหวังว่าเพื่อนๆทุกคนก็คงมีความเข้าใจเกี่ยวกับทฤษฎีของผู้นำมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการทำความเข้าใจ เกี่ยวกับคน ซึ่งเป็น
การประเมินผลที่ยอดเยี่ยม
September 19, 2007สัปดาหืนี้ อ.ชลารัตน์เปิดห้องด้วยการบรรยายถึงลักษณะของวิชาที่เป็น xxx xxx Free Elective ว่าเป้นวิชาที่มีเนื้อหาเฉพาะเจอาะจงทางด้านผู้นำ และพูดถึงสิ่งที่นักศึกษามจธ.ควรอยู่ในตัว คือ
1. ความซื่อสัตย์
2. มีความตรงต่อเวลา
3.ต้องรู้จักกาละเทศะ
4. ต้องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัย
5. ขอให้มีคุณธรรมและจริยธรรมในการปฎฏิบัตสิ่งต่างๆ
เข้าเรื่องการประเมินผล คือการวัดสิ่งที่เรากำลังบริหารจัดการว่าประสบผลสำเร็จ บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งมีหลายองค์ประกอบ และมีหลากหลายวิธีในการประเมินผล เพื่อให้ทราบว่ากิจกรรมต่างๆเหล่านี้ มีผลต่อกลุ้มเป้าหมายอย่างไร มีอยู่ 2 แบบคือ
1.การประเมินผลระหว่างดำเนินการ-ว่างานที่เรากำลังทำเป็นไปตามที่ได้วางแผนไว้หรือป่าว เป้นการประเมินผลกระบวนการ
2.การประเมินผลหลังสิ้นสุดโครงการ-สำหรับประเมินผลลัพธ์สุดท้าย หรือผลสำเร็จของโครงการว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือป่าว
ในทั้งสองขั้นตอนก็ต้องมีการประเมินผลทั้งในมิติของงาน และมิติของคนไปด้วย การที่เราฝึกให้ตัวเรารู้จักการประเมินในรูปแบบต่างๆ จะทำให้เราเป็นคนคิดเป็น และเป็นคนไม่อยู่ในความประมาทอย่างแน่นอน จากการที่เราได้เรียนรู้เนื้อหาในห้องเรียนนี้แล้วทำให้เรารู้จักการประเมินผลมากขึ้นในเรื่องของสิ่งที่เรากำลังจะศึกษา คือใช้การประเมินแบบ cipp ซึ่งทำให้เราสามารถแยกแยะข้อมูลที่จะเราจะประเมินได้ คือมีประโยชนืต่อขั้นตอนในหารทำใบประเมิน
ประเมินก็เหมือนประมาณ เป้นการคาดการณ์
หมวกหกใบกับใจฟิล์มหนึ่งดวง…ครับ
September 12, 2007ก่อนอื่นต้องขอแก้ตัวที่อัพบล๊อกช้านะครับ เนื่องจากมัวแต่วุ่นเรียน และทำโอสเตอร์สิบใบคับ…ต้องสู้ๆ จากอาทิตย์ที่แล้วครับ ถือว่าเป็นอาทิตย์ที่สนุกมาก เนื่องจากไม่ต้องนั่งเรียนเฉยๆแต่ได้ลุกขึ้นทำกิจกรรมกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนด้วย กิจกรรมแบบนี้สำคัญมากเลยครับที่จะทำให้เราได้เรียนรู้กันและกัน…อยากให้มีบ่อยๆจังครับ อาจารย์ก้องกาญจน์ หัวข้อในชั่วโมงนี้เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งผู้นำควรมะไว้เป็นอาวุธเพื่ออะไร…เอาไว้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า…เอาไว้หาทางออกที่ดีกว่า…เอาไว้สร้างอะไรใหม่ๆที่เป็นประโยชน์…เอาไว้เป็นสิ่งจรรโลงใจไม่ให้ทำอะไรซ้ำๆ น่าเบื่อ…มากมายครับ ปัจจุบันสร้างสรรค์อย่างเดียวไม่พอนะครับท่านผู้ชม สร้างสรรค์แล้วต้องเป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมด้วยด้วย สร้างสรรค์แล้วต้องสามารถใช้ได้อย่างยั่งยืน ไม่สิ้นเปลืองด้วยครับ….นี่คือความสร้างสรรคืที่สังคมต้องการ (จริงๆแล้ว เราต้องการ) จะคิดสร้างสรรค์ก็ต้องเริ่มที่นี่เลย…ก้าวออกจากสิ่งเดิมๆที่ซ้ำๆไปสู้สิ่งใหม่ๆ อาจจะเริ่มจากการคิดให้ก้างออกไป ให้มีมิติของความคิด และให้มีหลากหลายมุมมอง จากนั้นก็ใส่จิตใจของความเป็นผู้ให้ลงไป เท่านี้เอง…ก็จะได้ความคิดสร้างสรรค์สูตรใหม่ที่ทุกคนต้องการ พอพูดถึงความหลากหลายของมุมมอง ก็นึกถึงเทคนิคการประชุมโดยใช้หมวกหกใบขึ้นมาทันที มันเป็นเครื่องมือช่วยให้พวกเราได้คิดมากขึ้น คือพยายามคิดและเข้าใจถึงมุมมองต่างๆที่จะเกิดขึ้น นอกจากจะทำให้งานออกมาดีแล้วยังเป็นวิธีการคิดไตร่ตรองที่เยี่ยมมาก เป็นเครื่องมือระงับอารมณ์ เป็นเครืองมือระงับความคิดเชิงลบ เป้นเครื่องมือทำลายความคิดมักง่าย…ที่ดีที่สุดก็คือ มันทำให้ทุกคนมองเห็นภาพรวมของงานได้ลึกลงไปกว่าเดิม ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอบคุณพี่ๆจากสถาบันการเรียนรู้มากๆครับ หวังว่าคงจะได้ร่วมกิจกรรมดีๆอย่างนี้อีก งานโครงงานตอนนี้เชื่อว่าทุกคนมีกำลังใจขึ้นเยอะเพราะว่าทุกอย่างเริ่มออกมาเป็นรูปเป็นร่างแล้ว เวลาที่ผ่านมาถือว่ามีค่ามากๆ ทำให้เราเรียนรู้ซึ่งกันและกัน จากที่ไม่เคยคุยกับคนบางคนก็ทำให้ได้คุย ได้รู้จักมากขึ้น….ขอให้ทุกคนสู้ตาย เราก็จะทำเต็มที่ของเราเท่าที่จะทำได้นะ…คิดถึงทุกๆคนเลย (เจอกันเกือบทุกวัน -_-”)
ข้อคิดจากอาจาร์สำนักงานคดีพิเศษ
September 4, 2007อาทิตย์นี้ต้องขอขอบคุณ อ.จจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อาจารย์พิเศษจากสำนักงานคดีพิเศษพวกเราได้สัมผัสอีกมุมมองหนึ่งที่สะท้อนสังคม ในสังคมทุกวันนี้ต้อวอาศัยความรักและความยุติธรรมจึงทำให้สังคมเป้นสุข นอกจากนี้ต้องสามัคคีกันด้วยสามมัคคีกันทำความดี ไม่ใช่ความเลว ซึ่งประเทศชาติจะเป็นสุขได้ขึ้นอยู่กับผู้นำที่ต้องคิดดีและมีความซื่อสัตย์ อาจารย์เล่าว่า “คนในสมัยก่อนแค่พูดกันก็ถือว่าเป้นสัญญา แต่สมัยนี้จะต้องเขียนสัญญาเป็นฉบับๆ แต่ก้ยังไม่ปฏิบัติตตามกัน” คำพูดนี้แสดงให้เห้นถึงความเปลี่ยนไปของสัมคมอย่างเห็นได้ชัด ผู้นำที่ดีนอกจากจะซื่อตรงแล้วต้องรู้จักยืดหยุ่นด้วย ยืดหยุ่นในสถานการต่างๆที่เกิดขึ้น คือรู้จักปรับตัวให้ได้ในทุกๆสถานการณ์ และต้องรู้จักการจัดระเบียบร่างกายสิ่งอบข้างให้เป็นกิจกวรรต และกำจัดขยะอารมณ์ ปัญหาบางอย่างแก้ได้ ปัญหาบางอย่างต้องใช้เวลา และบางอย่างต้องทำใจ ”เปลี่ยนทัศนคติ วิธีคิดเปลี่ยน เปลี่ยนคน” ทุกสิ่งเริ่มต้นที่ความคิ คิดดี ทำดี สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข การทำดีไม่ต้องต้องเดินไปถึงอดเขาก็ทำได้ เราสามารถ”สร้างสรรค์ความดี”ได้ทุกที่ และยังมีข้อคิดดีๆอีกมากมายเลยครับ ก่อนกลับบ้านอาจารย์ชลารัตนืฝากการบ้านไว้เอามาลงแล้วครับ หาอ่านได้บางส่วนไม่รู้ตรงรึปล่าวคับจากกกระแสพระราชดำรัสที่ว่า “ปัจจุบันคนไทยปฏิบัติตัวตามต่างชาติในทุกๆเรื่อง ซึ่งเกิดจากกระแสโลกาภิวัตน์ ที่คนไทยรับเอาวัฒนธรรมจากต่างประเทศมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นกระแสการบริโภคนิยม โดยไม่มีการกลั่นกรอง เช่นเดียวกับเรื่องภาษาและวัฒนธรรมที่เด็กรุ่นใหม่ไม่ให้ความสำคัญ เพราะไปนิยมของชาติอื่น ในขณะที่ชาวต่างชาติ กลับชื่นชมวัฒนธรรมของเรา” อยากให้คนไทยทั้งชาติ รักษาวัฒนธรรม และสิ่งที่แสดงออกถึงความเป้นไทย โดยปฏิบัติให้ดีและงาม เคยมีอาจารยืท่านนึงเตือนสติให้รักชาติไว้ว่า ”กว่าจะมาเป้นผืนแผ่นดินให้เราอยู่ บรรพบุรุษต้องเสียเลือดเสียเนื้อเพื่อแได้มาของความเป้นไทยทุกวันนี้ข้าวที่เรากินทุกวันนี้ ก็เป้นข้าวที่ปลูกใช้ดินของแผ่นดินไทย น้ำที่เราใช้ดื่มใช้อาบ ใช้ชำระล้างสิ่งสกปรกจากร่างกายเรา ก็เป้นน้ำที่ไหลกรองอยู่บนผืนแผ่นดินไทย บ้านที่เราอาศัย เป้นที่คุ้มครองก้ตัเงอยู่บนแผ่นดินไทย”แผ่นดินไทยมีพระคุณต่อชีวิตของเรามากแล้วอย่างงี้เราจะไม่รักแผ่นดินไทยได้หรือ ต้องทั้งรักและรักษ์เพื่อลูกหลานต่อไป นี่ก็คืออีกเหตุผลหนึ่งที่เลือกที่จะศึกษาโครงการในพระราชดำริ ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มลงตัว ความสนุกสนานและรอยยิ้มเริ่มเกิดขึ้น สัญญากับเพื่อนๆว่า จะใช้เวลาที่มีอยู่เต้มที่กับงานมากกว่าที่ผ่านมาคับ แล้วก็จะพยายามพัฒนาตัวเองในเรื่องของการตรงต่อเวลา ขอโทษที่มาสายประจำคับ สัญญาว่าจะแก้ให้ได้คับ
ประชุมความก้าวหน้า ๑ เขาหินซ้อน
August 4, 2007สวัสดีครับ วันนี้มาสาย 15 นาที ถือว่าดีขึ้น ปัจจัยที่ทำให้ตื่นเร็วก็คือ นอนเพียงพอ แล้วก็ทำให้จิตใจเบาสบายมากที่สุด
การประชุมในวันนี้ดำเนินไปด้วยดี เนื่องจาก อาจารย์และพี่โจช่วยนำประชุม แล้วทุกคนก็ร่วมกันคิดขั้นตอนการดำเนินการต่างๆอย่างเต็มที่ และในที่สุกทุกคนก็มีแนวทาง เป้าหมายที่ตรงกัน ก็เหลือแต่วิธีทางที่เราจะเดินไป ซึ่งเด๋วจะประชุมกันในวันที่ 16 ส.ค.อีกครั้งนึง
ประเด็นที่ยังต้องการความชัดเจนมากกว่านี้
๑ สถานที่ในการทำกิจกรรม ทั้งศึกษาและ จัดตั้งเผยแพร่สื่อ
๒ รูปแบบรายละเอียดกิจกรรมที่แน่นอน
๓ การจัดการเกี่ยวกับสื่อ ว่าจะเผยแพร่ด้วยอะไร ยังไง เมื่อไหร่ ใช้สื่อประเภทไหนบ้าง
๔ ระยะเวลาในการทำงานต่างๆ ให้มีความชัดเจนขึ้น
๕ การประเมินผล
๖ การแบ่งคนทำงาน
ส่วนขั้นตอนดำเนินการ พวกเราได้ช่วยกันลิสในห้องเรียนแล้วคับ
การแบ่งคนทำงาน ได้ยินว่าอาจารย์อยากให้เพื่อนๆทุกคน ได้พัฒนาทักษะผู้นำในแต่ละด้านด้วย คือพัฒนาในด้านที่ตัวเองถนัด
ส่วนฟิล์มรับผิดชอบร่วมกับต้น ในเรื่องดำเนินการจัดทำข้อเสนอโครงการ สัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด พอดีมีต้นการันตีว่าถนัดก็โล่งใจไปนิดนึง
ถึงวันนี้เราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันมากขึ้น อย่างที่อาจารย์ทั้งสองท่านพูดว่า อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้ที่จะอดทน ฟังคนอื่น ยอมรับและแลกเปลี่ยนความคิดเห้นซึ่งกันและกัน ในตอนนี้รู้สึกว่ามีความสุขในการทำโครงงานนี้ขึ้นเยอะมากๆเลยค๊าบบบ
ที่สำคัญต้องขอขอบคุณน้องกอล์ฟที่พูดถึงในทางที่ดีคับ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าขึ้นเยอะเลยยย ก้ขอชมน้องกอล์ฟกลับในนี้นะค๊าบบ ว่า อายุน้อยที่สุดเลย ก็มีความสามารถไม่แพ้พี่ๆ เมื่อวันก่อนที่นั่งประชุมข้างๆกัน จะสังเกตว่าน้องกอล์ฟไม่ค่อยพูด นหารู้ไม่ว่ากำลังเก็บประเด็นใหญ่เลยยย ถือว่าเรียนรู้จากการฟังได้ดีมากๆ ดีใจที่ได้ทำงานร่วมกันค๊าบบบ
การจัดการและการบริหารทีมงานคร๊าบบบ
August 1, 2007เหนื่อยมากๆ กับชีวิตที่วุ่นวาย เราควรจะออกห่างวัตุนิยม และเข้าหาความสงบ สบาย กันเถอะ
มาสายอีกแล้วคับ ขอโทดทุกคนที่ไม่ค่ยจะมีความรับผิดชอบครับ
Knowledge management (KM) มันคือเครื่องมือที่ดีอันนึง ในการใช้จัดการความรู้ หรือจัดการสิ่งต่างๆที่สำคัญต่อตัวเรา องค์กร และทีมงาน จริงๆแล้วมันก็คือการจัดการอย่างนึงนั่นเอง เริ่มจาก
1. ต้องรู้ว่าสิ่งที่เรากำลังศึกษาคืออะไร แล้ววิธีไหนที่จะนำมาให้ได้ซึ่งความรู้ ประสบการณ์นั้นๆ
2.เมื่อเรามีความรู้เยอะแยะ ก้ต้องเก้บใส่กล่องให้เป้นระบบ เพื่อที่จะนำออกมาใช้ได้สะดวก
3.การแลกเปลี่ยน เผยแพร่ความรู้นั้นๆ จะเผยแพร่ด้วยรูปแบบใดๆ
ดูแล้วก้เหมือนเข้าใจยาก แต่ต้องลองทำดู เราเคยเอาKM ไปใช้ตอนที่ไปค่ายราชบุรี ไปศึกษาชีวิตคนชนบท ก้ลองเอามาใช้ดู ตอนแรกก็ขี้เกียจที่จะต้องมานั้ง หา จัดเก็บข้อมุลให้มันเป้นตอนๆ แต่พอตอนหลังต้องเอาข้อมูลมาทำรายงาน และเผยแพร่ ขอบอกคำเดียวว่าง่ายมากๆ เพราะเรามีความรู้เป้นลิ้นชักๆแยกส่วนกัน นอกจากจะทำให้รวดเร็วทันใจแล้ว ข้อมูลนั้นยังถูกต้องและสมบูรณ์อิกด้วย
ถ้าเพื่อนๆมีโอกาสกอยากให้ลองเอาไปใช้กานนะค๊าบบ แค่ในห้องเรียนก็ได้
แล้วก็ทึ่งกับ ปตท. มาก ที่อุตส่าตั้งทีมงานขึ้นมาเพื่อ KM โดยเฉพาะ อยากรู้จังว่า มันมีผลลัพธ์กับองค์กรยังัยบ้างง แล้วเค้าใช้วิธีไหนที่เจ่งๆมั่ง ในการ แสวงหา และจัดเก็บความรู้นั้นๆ
ฟิล์มคิดว่าทีมที่จะประสบความสำเร้จได้นะคับ อย่างแรกต้องมีความเข้าใจกัน ความสำคัญของคนต้องไม่น้อยไปกว่าความสำคัญของงาน ฟิลืมอยากรู้จักวิธีการสร้างความเข้าใจกันจัง อยากเรียนวิชานี้
เห็นด้วยกับการลงมือทำให้เป้นตัวอย่างของผู้นำ อย่างแรกทำให้คนในทีมมีกำลังใจด้วย บางคั้งมันต้องผ่านอุปสรรคที่เลวร้าย แต่ถ้าผู้นำเอ่ยปากมาคำเดียวว่า เราจะลุยไปพร้อมกัน…นี่ เท่จัง แหะๆ ก็ทำให้สมาชิกในทีมมีความมั้นใจมากขึ้น
อยากรู้เทคนิคของการประชุมด้วยเหตุผลให้มีทั้งความสุขและความสำเร้จจางงงงงงง T_T
อาทิตยืนี้รู้สึกเศร้าหมองเล็กน้อย เพราะความโลภ ที่อยากจะทำกิจกรรมมากจนเกินตัว จนไม่สามารถบริหารจัดการชีวิตตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันพฤหัสนี้อาจารยืก้นัดสอบย่อยที่สาทร เกรางใจเพื่อนๆในทีมมากๆ ยังไงฟิล์มจะรีบมาให้ทันนะคับ
ดีใจมากๆที่เรากำลังจะลงเรือลำเดียวกัน และผจญภัยไปด้วยกัน ถ้าใครเหนื่อยฟิลืมเป้นกำลังใจให้เสมอนะค๊าบบบ
ความรู้ที่ได้รับจากการบรรยาย เรื่อง “การบริหารจัดการโครงการ”
July 21, 2007วันนี้มาสาย อีกแล้ววววว เซ็งตัวเองจิงๆ ไม่มีความรับผิดชอบ!
บรรยายในวันนี้ได้เนื้อหาเพียบเลยหละคับ ไม่ขอเล่าทั้งหมด แต่มีความรู้ที่น่าสนใจอยู่คับ
1. การทำกิจกรรมต้องมองถึงความคุ้มค่า โดยดูจากผลที่ได้รับ หรือผลตอบแทนว่ามีความคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน ถ้ามากก็สมควรทำ เป้นได้ทั้งเงิน และสิ่งที่ไม่ใช่เงิน คือประโยชน์ด้านสังคมและจิตใจ
2.ผู้นำคือผู้ก่อการ คือผู้ริเริ่ม ก่อนอื่นต้องมีภาพในหัวก่อนว่าจะทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร กับใคร แล้วจะได้คิดกิจกรรม หรือวางแผนงานอื่นๆได้ถูกต้อง
3.การมีนโยบายนั้นเหมือนการวาดภาพหรือกำหนดทิศทางของโครงการได้ดีมั่กๆ เพราะฉะนั้น จะบริหารงานหรือให้คนทำอะไรตาม ต้องมีนโยบายก่อน
4.ผู้นำควรจะลงมือทำและสามารถอำนวยการได้ ถ้าไม่ลงปฏิบัติเองจะไม่ได้มิติของความสัมพันธ์ แล้วจะเข้าไม่ถึงปัญหา ก็จะหาทางแก้ไขไม่ถูก แหะๆ จิงๆแล้วตัวโครงการเป็นเหมือแนเครื่องมือที่ทำให้เราได้เจอกัน หิ้วววว
5.การแก้ปัญหามี 2 วิธี คือ ป้องกัน และแก้ไข แต่เราก็ยังเชื่อในคำพูดที่ว่า “กันไว้ดีกว่าแก้”
6.ประสบการณ์ เป็นตัวกำหนดความคิดและพฤติกรรม, ประสบการณ์+ความรู้ คือ ภูมิปัญญา
7.โครงการจะเกิดได้ต้องร่วมไม้ร่วมมือกัน ทำคนเดียวไม่ถือเป็นโครงการ
โอเคคับ และช่วงหลังเราได้พูดคุยถึงโครงการ ซึ่งเมามัน เข้มข้นมากๆ สิ่งที่ได้รับคือเราได้เห้นถึงความคิดของเพื่อนๆทุกคน ซึงดีมากๆ ถือเป้นการเรียนรู้ที่ดีมากๆ ถ้าเราพุดอะไรที่ไม่เหมาะสม ต้องขอโทดด้วยคีบบ จิงๆแล้ว เราก้สามารถทำได้ทุกโครงการหละ แต่พอกลับมาบ้านเริ่มคิดถึงข้อจำกัดมากมาย เช่น
1.จำนวนสต๊าฟ หรือคนปฏิบัติงาน และความพร้อมของแต่ละคน เรื่องตารางเวลาเรียน และตารางเวลาของที่ที่เราจะไป เค้าจาไม่เปิดเอา T_T
2.เรื่องเวลาที่ค่อนข้างมีจำกัดมากๆ
3.เรื่องการดึงเอาความสามารถและศักยภาพของแต่ละคนออกมาใช้ได้เต้มที่มากน้อยเพียงไหน
คิดไปคิดมา อยากไปศึกษาโครงการพระราชดำริ ศึกษาทั้งตัวโครงการ และความเป้นผู้นำของพระองค์ท่าน แล้วก้นำมาเผยแพร่กับเพื่อนๆในมหาวิทยาลัยมากกว่างะ กลัวว่าไม่พร้อมที่จะทำค่ายด้วย แล้วค่าย 1 วัน กลัวว่าจะไม่เต็มที่ง่า ลองดูคับ..ว่างัยว่าตามกัน
ทฤษฎีผู้นำครังที่ 1
July 18, 2007ก่อนอื่นต้องขอโทษ อ.ชลารัตน์ อ.ก้องกาญจน์และเพื่อนๆคนอื่นๆในคลาส ที่ครั้งที่แล้วฟิล์มขาดเรียน และขอขอบคุณต้นที่ช่วยอัพเดทงานให้
การมีผู้นำเหมือนการมีเสาหลักที่ให้คนรอบข้างที่มีความแตกต่างกันได้ยึดเหนี่ยและพักพิง อย่างที่อ.ก้องกาญจน์บอกว่า ผู้นำต้องประสาน และทำให้สมาชิกทุกคนเกิดประโยชน์สุขร่วมกัน ต้องพาสมาชิกเหล่านั้นไปแนวทางเดียวกันให้ได้คือเกิดความสามัคคีนั่นเอง และต้องนำพาไปสู่สิ่งที่ดีที่งามที่ถูกต้องด้วย
หน้าที่สำคัญคือ
1. ประสานทั้งคนและงาน ผู้นำต้องสามารถสร้างความเข้าใจที่เป็นหนึ่งให้เกิดขึ้นในทีมให้ได้ ต้องทำให้ทุกคนทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขให้ได้ ซึ่งส่วนนึงอาจจะมาจากการแบ่งงานที่เหมาะสม และสิ่งที่สำคัญผู้นำต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับตังเองและทีมด้วย
2.ผู้นำต้องเป้นแบบอย่าง ต้องเป้นแบบอย่างที่เหมาะสม ให้ผู้อื่นอยากปฏิบัติตามในทางที่เหมาะสม การเป้นแบบอย่งบางครั้งมันต้องขัดใจตัวเองบ้าง และก้ต้องเป้นให้สม่ำเสมอด้วย ซึ่งไม่ยากถ้าทุกคนลองพยายามดู เพื่อจรรโลงสังคมให้น่าอยู่ อย่างเช่น เรื่องการแต่งกาย และการข้ามสะพานลอย
3.ต้องสร้างกำลังใจและแรงบรรดาลใจให้กับคนรอบข้าง ต้องแสดงให้เห้นว่าทุกคนมีความสำคัญ ทุกคนมีคุณค่า และทุกคนสามารถที่จะทำในสิ่งต่างๆออกมาได้ด้วยดี
4.ผู้นำต้องศึกษาและรู้หลักการวางแผนและจัดการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพ ในชีทมีหมดเลย แหะๆ สิ่งที่จะทำให้วางแผนและจัดการโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพคือ การคิดถึงผู้อื่น ผู้ร่วมงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องก่อนเสมอ
อาทิตย์ที่แล้วได้หลักๆ 4 ข้อนี้คับ
ส่วนเรื่องการวางแผนและจัดการโครงการ สิ่งที่มีความสำคัญได้แก่
1.วัตถุประสงค์ และเป้าหมาย ถ้าวางถูกก็จะเดินไปได้ถูก
2.ลำดับความสำคัญของงานแต่ละงาน ทำให้สามารถจัดการกับช่วสวงเวลาที่จะทำงาน และการแงงานที่เหมาะสมได้
3.ต้องคำนึงถึงปัจจัยทั้งภายในและภายนอก รวมถึงความพร้อมที่จะปฏิบัติโครงการ
4.การประมาณค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด ทำให้สามารถดำเนินงานได้ในสภาพคล่อง เน้น “ต้องซื่อสัตย์และใช้จ่ายตามจริง”
5.การประเมินผล จะปรระเมิน อะไรยังไง แบบไหน จะทำให้เรารู้ถึงความสำเร็จของงานได้ ควรที่จะประเมินตัวเ ง ประเมินทีม และประเมินงาน
ครับสิ่งเหล่านี้เขียนจากที่ได้อ่านจากชีท และประสบการณ์ ถ้าพิดพลาดอย่างไรต้องขอโทษด้วยนะคับ อาทิตย์หน้าเจอกัน
KMUTT Freshy Night 2007
July 14, 2007ในที่สุดงานที่ใหญ่ที่สุดของเราก็ได้จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนที่เตรียมงานทุกคนในองค์การนักศึกษาเหนื่อยกันมากๆ เพราะงานส่วนใหญ่เป็นแบบใช้แรงงานทั้งนั้น ต้องขอขอบคุณน๊อต ดรีม นุก ปลั๊ก ฟาง ฝน กอล์ฟ น้องบอล น้องตั้ม น้องแอ๊ด น้องติว น้องหญิง น้องเฌอ น้องทราย ชมรมติว ชมรมสัน ชมรมทักษิณ ชมรมบันเทิง ชมรมไฟ พี่กวาง พี่บี้ พี่ทวี และต้องขอขอบคุณมากๆ อ.ยุทธศักดิ์ที่ยิ้มให้เสมอและพูดให้กำลังใจตลอด ทุกๆคนทำให้ฝันของพวกเราทุกคนเป็นจริง เย้ๆ
เฟรชชี่ไนท์ในปีนี้ทำให้เราเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะสิ่งที่ดีๆมากมาย ที่เพื่อนๆมีให้แก่กัน ทุกคนช่วยเหลือกันดีมากๆ บางครั้งอาจจะเถียงกัน แต่สุดท้ายมันก้จบด้วยดีเพราะทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน งานนี้เราก็อยากจะลองพิสูจตัวเองเหมือนกันว่า เราพอที่จะสามารถเป็นผู้นำในการจัดกิจกรรมโครงการต่างๆมั้ย?
เราได้คำตอบกับตัวเองแล้วว่า เราอาจจะยังไม่มีความสามารถพอที่จะเป็นผู้นำขนาดนั้น เรามองตัวเองสูงเกินไปจิงๆแล้ว เราไม่สามารถที่จะทำให้คนทุกคนในทีมงานมีความสุขกับงานที่ทำได้ แต่ยังไงก็ตาม เราก็รู้ตัวเองเช่นกันว่า เราสามารถแค่รับผิดชอบในส่วนของงานได้ แต่รับผิดชอบในส่วนของคนนี่สิ เราว่ายังทำได้ไม่ดี อาจจะเป็นเพราะเรื่องเวลาและการสื่อสารก็ได้ แต่เราก็ได้รู้ตัวเองว่าเราชอบเป็นฝ่ายซับพอร์ตมากกว่า ความคิดเรามันแตกต่างจากคนอื่นมากเกินไป….
แหะๆแต่สุดท้ายสุดก็สนุกมากๆ ทุกอย่างออกมาถือว่าโอเคมั่กๆ เพราะว่าได้น้องเฟรชชี่ทั้ง 52 คน ช่วยเป้นสื่อในการประชาสัมพันธ์คอนเซป “มจธ. บ้านที่เรารัก” ตอนสุดท้ายก่อนปิดงาน ซึ้งมากๆที่น้องๆทุกคนช่วยกันร้องเพลงปฏิญญามด ถึงแมนจะไม่ดัง แต่มันก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีมั่กๆ
หน้าที่ของเราต่อไปก็คือการสร้างเครือข่ายนักศึกษาเรารัก มจธ. ซึ่งอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจาก พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ในคลาสนี้ด้วย แหะๆ ขอบคุณครับ
Posted by film7kmutt